พยายามเข้าใจ การลงทุน การเงิน และระบบเศรษฐกิจ

Investment

ทำไมต้องมีตลาดหุ้น? (Why stock markets exist?)

สัปดาห์นี้ได้อ่านข่าวบริษัทน้ำมันระดับโลกอย่าง Saudi Aramco ของซาอุดิอาระเบียจะนำบริษัทกลับมาเข้าสู่เส้นทางเข้าตลาดหุ้น หลังจากที่พักเรื่องไว้เมื่อปีกว่าๆที่ผ่านมา

ทีนี้ก็เลยเกิดความสงสัยว่าทำไมโลกเราต้องมีตลาดหุ้นด้วย และตลาดหุ้นคืออะไร

ตลาดหุ้น บ้านๆก็คือตลาดหรือสถานที่หรือแพลตฟอรมที่ให้ตัวแทนขายหุ้นหรือบรรดานักเก็งกำไรเทรดเดอร์ทำการซื้อหรือขาย สินทรัพย์ทางการเงิน (financial assets) ไม่ว่าจะเป็นหุ้นของบริษัทที่มีการจดทะเบียนในตลาด พันธบัตร หรือหลักทรัพย์ต่างๆ

จริงๆที่เรียกตลาดหุ้น ก็เหมือนเวลาเราไปตลาดนัดกันนี่แหละ เรารู้ว่าที่ตลาดนัดจะมีอะไรขาย เป็นที่ๆคนขายเอาของมาขาย และคนซื้อก็ไปซื้อของ เป็นได้ทั้งตลาดรถ ตลาดต้นไม้ ตลาดเพชรพลอย ตลาดเนื้อสด อะไรแบบนี้ ตลาดหุ้นก็คล้ายๆกัน เพียงแต่ตลาดหุ้นคือตลาดที่ที่คนไปซื้อขายบริษัทกัน

ข้อดีอย่างนึงของตลาดหุ้นก็คือจะมีหน่วยงาน กลต (กำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์) เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปอย่างถูกต้องและยุติธรรมที่สุด เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายแต่ละวันนั้นสูงมาก แม้ประเทศที่เล็กๆอย่างเรายังมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละวันเป็นหลายหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว

ดังนั้นการมีความโปร่งใส มีกฏระเบียบ มีการควบคุมที่เข้มงวดนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากเพื่อป้องกันการปั่นราคาหุ้น หรือการฉ้อโกงใดๆ ไม่ว่าจะมาจากบริษัทเล็กๆหรือบริษัทใหญ่ๆก็ตาม เพื่อให้บริษัทต่างๆที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นั้นมีการรายงานทางด้านบัญชีเพื่อให้ข้อมูลมีมาตราฐานและถูกต้องมากที่สุด

ทีนี้กลับไปที่คำถามที่ว่าทำไมต้องมีตลาดหุ้นด้วย ซึ่งก็มีเหตุผลหลักๆประมาณว่า

  1. ตลาดหุ้นหรือตลาดหลักทรัพย์เนี่ยเป็นสถานที่จะช่วยเพิ่มทุนให้กับเจ้าของบริษัท เมื่อบริษัท (ก่อนเข้าตลาดหุ้น) ได้ดำเนินกิจการไปถึงระดับนึงแล้วอาจต้องการเงินทุนเพิ่มขึ้นเพื่อให้กิจการไปต่อได้ หรือเพื่อขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น การนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นก็เป็นการเพิ่มทุน เป็นทางออกที่ต้นทุนไม่สูงมาก แต่ได้เงินทุนกลับมาลงทุนต่อ แทนที่จะไปเสียดอกเบี้ยในการกู้เงินจากธนาคารซึ่งมักจะมีต้นทุนของการได้เงินทุนมาที่สูงกว่า
  2. ตลาดหุ้นช่วยให้มีการหมุนของเงินไปในระบบการเงินด้วย เมื่อเราจ่ายเงินซื้อหุ้น แปลว่าเราก็ได้มีการทำธุรกรรม เงินก็เปลี่ยนมือไป (จากมือเราไปสู่เจ้าของกิจการในข้อแรก) ดังนั้นมันก็ช่วยให้ธุรกิจเติบโต ส่งผลที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจโดยรวมได้
  3. เวลาที่เราซื้อขายหุ้น เราก็จะต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นส่วนนึง ซึ่งค่าคอมมิชชั่นนั้นหลักๆก็จะจ่ายให้กับตัวแทนที่ทำการซื้อขายหุ้นให้กับเรา (stock broker) แต่เงินส่วนนึงก็ไปถึงตลาดหุ้นและกลต (Securities and Exchange Commission) ด้วยประหนึ่งเหมือนเป็นการช่วยจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลและประเทศอีกทางหนึ่ง
  4. การมีตลาดหุ้นช่วยให้มีการดำเนินธุรกรรมการแลกเปลี่ยนซื้อขายหลักทรัพย์ที่รวดเร็วง่ายและสะดวกขึ้น ลองนึกภาพสมัยก่อนมีตลาดหุ้น หากอาเฮียอาซ้อซักคนมีธุรกิจขึ้นมา แล้วต้องการขายบริษัท หรือต้องการจะเพิ่มเงินลงทุน ก็อาจจะมีการประกาศขายหุ้นส่วนกันตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือบอกกล่าวญาติพี่น้อง หรือติดต่อธนาคาร กว่าจะซื้อขายกันได้ก็ต้องหอบเอกสารกันไปนั่งคุยกันแล้วคุยกันอีก แล้วก็ไม่รู้ว่าบริษัทตัวเองมีมูลค่าเท่าไหร่กัน ก็จะมีการตีราคากันไปตามที่แต่ละฝ่ายประเมินกันเอาเอง ฝ่ายที่รู้น้อยกว่าก็อาจถูกเอาเปรียบได้ในระดับนึง ทำให้ราคาซื้อขายอาจจะดูไม่ยุติธรรมกับฝ่ายใดฝ่ายนึงมากเกินไป เมื่อมีตลาดหุ้นเข้ามา ทุกๆฝ่ายจะเห็นราคาในตลาดทันที (real time) ทั้งฝ่ายซื้อหรือฝ่ายขายสามารถตัดสินใจได้ว่าราคานั้นเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่
  5. ต่อเนื่องมาจากข้อสี่ เมื่อตอนแรกอาจจะตกลงราคาซื้อขายกันได้แล้ว แต่พอถึงวันเวลาเซ็นต์สัญญาซื้อขายกันจริงๆก็อาจจะเกิดการเบี้ยวกันได้จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่การมีตลาดหุ้นที่แสดงถึงราคาซื้อขายแบบทันทีนั้นจะลดปัญหาสิ่งเหล่านี้ลง
  6. การมีตลาดหุ้นช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนต่างๆในการซื้อขายแลกเปลี่ยนมือความเป็นเจ้าของในบริษัทนั้นๆกัน ทุกวันนี้หากใครมีเปิดบัญชีซื้อหุ้นออนไลน์แบบบัญชีเงินสด (cash balance) ค่าคอมมิชชั่นจะต่ำมาก แค่ประมาณ 0.0015% เท่านั้น (บางสำนักมีค่าคอมมิชชั่นรวมขั้นต่ำที่ 50 บาทต่อวัน บางสำนักไม่มีขั้นต่ำเลย อยากซื้อขายเท่าไหร่ก็ได้ เอาใจรายย่อยมากๆครับ) และสามารถทำการซื้อขายเมื่อไหร่หรือที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีเพียงมือถือสักเครื่องและการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้เท่านั้น

อย่างไรก็ดี ทุกๆอย่างก็มีข้อเสีย ตลาดหุ้นก็เช่นกัน ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง บางคนแค่หาโอกาสรวยเร็วมากเกินไปด้วยการกู้เงินเพื่อมาซื้อหุ้น การเปิดบัญชีแบบ margin โดยใช้เงินเครดิต การเก็งกำไรที่หวังผลมากเกินควร หรือการเก็งกำไรในระยะสั้นๆแบบลืมหูลืมตา

สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นนั้นกลายเป็นหายนะ เป็นการติดหนี้ เป็นการพนันไปก็เป็นไปได้เช่นกันครับ

ดังนั้นแล้วจงพยายามมีสติ ใช้ข้อดีของการมีตลาดหุ้นให้เป็นประโยชน์ ลงทุนในระดับที่รับความเสี่ยงได้จริงๆ พยายามรักษาเงินต้นของเราเองไว้ให้ได้นานที่สุด เนื่องจากหากคุณขาดทุนไปหลายสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว การจะกลับมากำไรไม่ใช่เรื่องง่ายหรือต้องใช้เวลาเป็นปีๆกันเลยทีเดียว

blenlit

hakwamroo.com

Leave a Reply

%d bloggers like this: