พยายามเข้าใจ การลงทุน การเงิน และระบบเศรษฐกิจ

Business

เงินปันผลที่นิ่งกับเงินปันผลที่แกว่ง (Stable vs Fluctuating Dividends)

ณ เวลานี้ คงเป็นที่รู้กันดีแล้วว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เข้าสู่กระบวนการพื้นฟูกิจการแล้ว (restructuring) บางคนอาจจะทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ทั่วไป หรืออาจจะได้รับอีเมล์ตรงจาก บริษัท การบินไทยฯ เรื่องการคืนเงิน (refund) สำหรับตั๋วโดยสารที่ได้มีการจ่ายให้กับการบินไทยไปแล้วก่อนหน้าที่จะมีเหตุการณ์โควิด19 ที่เราทราบกัน

อย่างไรก็ดี นอกจากลูกค้าหรือผู้โดยสารที่ต้องการได้เงินค่าตั๋วคืน อีกฝั่งหนึ่งก็คือผู้ถือหุ้นที่ก็คงกังวลเช่นกันว่า ขนาดค่าตั๋วยังไม่มีคืนให้กับผู้โดยสาร (ในตอนนี้) แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร จะได้เงินปันผลมั่งมั้ย จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลแค่ไหนอย่างไร

หลายๆคนคงไม่คิดจะสงสัยหรือไม่เคยอยากจะสงสัยว่า เออ แล้วไอ่เงินปันผลที่บางบริษัทมันขยันจ่ายได้ทุกปีเนี่ย ท่านผู้บริหารนั้นเอาหลักการมาจากไหนว่าจะจ่ายเท่าไหร่ ก็จะเป็นหัวข้อสั้นๆที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้

โดยทั่วไปแล้ว อ้างอิงจากหนังสืก The Security Analysis 1951 edition ผู้เขียนได้เขียนไว้ดังนี้

“Fair Dividend Policy. The Dividend policy is ‘fair’ to stockholders if it either gives them a reasonable return on the indicated value of their investment, or else disburses a reasonably large proportion – say not less than two-thirds- of the average earnings.”

แปลสั้นๆแบบบ้านๆได้ว่า “นโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ยุติธรรรมต่อผู้ถือหุ้นนั้นก็ต่อเมื่อเงินที่จ่ายนั้นให้ผลตอบแทนแก่เจ้าของหุ้นอย่างสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนที่เจ้าของหุ้นนั้นลงทุนไป หรือ มีการจ่ายเงินปันผลออกไปในสัดส่วนที่มากและสมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับกำไรเฉลี่ยของบริษัท – เช่น ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกำไรเฉลี่ย” (เท่าที่เห็นบ้านเราหลายๆบริษัทจะมีนโยบายที่จะจ่ายแค่ประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้นหรือคือ 30% ของกำไร)

อย่างไรก็ดี โดยทั่วๆไปแล้ว นโยบายการจ่ายปันผลนั้นก็ขึ้นอยู่กับทีมผู้บริหารว่าจะกำหนดนโยบายและอัตราส่วนว่าอยู่ที่เท่าไหร่และขึ้นอยู่กับผลประกอบการในแต่ละปีด้วย และบางทีอาจจะมีเงินพิเศษเข้ามาจากการขายทรัพย์สินออกไป หรือมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่บริษัทเป็นเจ้าของอยู่ การใช้เงินปันผล ‘พิเศษ’ นั้นก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน (ใครจะไม่อยากได้อ่ะเนาะ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย)

แต่ทีมผู้บริหารก็ต้องตัดสินใจด้วยว่าการจ่ายปันผลจะมากหรือน้อยนั้นก็ต้องชั่งน้ำหนักด้วยว่าหากไม่จ่ายปันผล แล้วกำไรสะสมที่เก็บไว้ในบริษัท (retained earnings) นั้นจะสามารถนำไปลงทุนขยายกิจการ หรือเพื่อใช้จ่ายในกิจการของบริษัทต่อไปได้อย่างสมเหตุสมผลหรือไม่

เกริ่นมาตั้งนาน ทีนี้กลับไปตอบคำถามที่เป็นหัวข้อของเรา ก็คือ นโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ดีและเหมาะสมที่สุด (ideal) นั้นก็คือ

1. จะต้องมีการจ่ายปันผลที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ

2. มีการจ่ายปันผลเพิ่มมากขึ้นทีละนิดแต่มั่นคงและต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ และ

3. อัตราหรือสัดส่วนการจ่ายปันผลนั้นต้องสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับกำไรทั้งหมด

ส่วนผสมของความต่อเนื่องและความเสถียรนี้ก็จะเป็นตัวบ่งบอกเหมือนกันว่าบริษัทนั้นๆหรือหุ้นตัวนั้นๆมีเรตติ้งในการลงทุนที่น่าสนใจหรือไม่ ซึ่งจากประสพการณ์ (ของผู้เขียนหนังสือ Scurity Analysis) นั้นบอกว่าบริษัทที่สามารถจ่ายเงินปันผลได้อย่างสม่ำเสมอและค่อนข้างจะเหมาะสมนั้นก็มักจะเป็นบริษัทที่สามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงเช่นกัน

ซึ่งจะว่าไปก็น่าจะใช่ เพราะหากบริษัทมีกำไรที่ขึ้นเร็ว ลงแรง เพิ่มทุนเรื่อยๆ การจ่ายปันผลก็คงจะดูยากว่าปีนี้จะได้เท่าไหร่ เป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ ยิ่งมีโควิดด้วยนี่ผลกระทบจริงๆต่อบริษัททั้งหลายก็ยังมองกันยาวๆอีกทีว่าผลประกอบการที่จะออกมาในไตรมาสที่สองนั้นจะดีขึ้นกว่าไตรมาสแรกกันแค่ไหน ส่วนใครที่ถือหุ้นการบินไทยก็คงต้องลืมเรื่องปันผลกันไปก่อนอ่ะเนาะ ขอให้ผู้โดยสารได้ค่าตั๋วคืนก่อนละกันในเวลานี้…

อ้างอิง:

Security Analysis The Classic 1951 Edition: Benjamin Graham & David L. Dodd

https://www.bbc.com/thai/thailand-52695314

Leave a Reply

%d bloggers like this: