พยายามเข้าใจ การลงทุน การเงิน และระบบเศรษฐกิจ

Economics

ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost)

https://www.shutterstock.com/

เมื่อวานนี้ (9) ห้างที่มีการตั้งความคาดหวังว่าจะยิ่งใหญ่แห่งใหม่ของไทยเรา “ICONSIAM” ก็ได้เปิดตัวรอบสื่อมวลชนไปเรียบร้อย

ด้วยมูลค่าโครงการถึง 54,000 ล้านบาท ก็มีความคาดหวังต่างๆกันเป็นธรรมดา มีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ มีการเชิญดาราไทยและเทศมามากหน้าหลายตา และก็มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทองที่กำลังทำการก่อสร้างอยู่ ณ ตอนนี้ ซึ่งดูแล้วจากระยะทางแค่ไม่ถึงสองกิโลเมตรและมีเพียงแค่สามสถานี ก็ไม่แปลกใจที่มีคนวิจารณ์ถึงที่มาที่ไปและความไม่คุ้มค่า หรือมีอะไรซ่อนเร้นอยู่รึเปล่า

แต่เรื่องนั้นคนธรรมดาอย่างเราๆคงปล่อยให้เป็นเรื่องของ “ผู้เล่น” เหล่านั้นไป แต่จากเหตุการณ์นี้ทำให้นึกถึงว่าถ้าเราไม่เอาเงินไปสร้างรถไฟฟ้าสามสถานีนี้ (ซึ่งประมาณการณ์ว่ามีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท) เราจะนำเงินไปทำอะไรแทนได้บ้างหละ

การตัดสินใจถึงทางเลือกอื่นที่ไม่ได้เลือกนี้ หากนำมาปรับใช้กับระดับบุคคลทั่วไปอย่างเราๆ ก็จะเป็นเรื่องพื้นฐานที่หลายๆคนอาจจะลืมไปในการตัดสินใจในชีวิตประจำวันแต่ละวันก็คือ ต้นทุนค่าเสียโอกาส (opportunity cost) นั่นเอง

ต้นทุนค่าเสียโอกาสคืออะไร?

ในทางเศรษฐศาสตร์จุลภาค (microeconomics) แล้ว ต้นทุนค่าเสียโอกาสก็จะกล่าวถึง ทางเลือกที่ดีที่สุดถัดไปจากการใช้ทรัพยากรนั้นไปจริงๆ ซึ่งก็คือการตัดสินใจจากมูลค่าของทางเลือกที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่ที่ผลประโยชน์ของมัน

ฟังดูแล้วอาจจะงงๆ ตัวอย่าง เช่น วันนี้เรามีเงิน 300 บาทเท่าค่าแรงขั้นต่ำละกัน เราสามารถเลือกที่จะนำเงินจำนวนนี้ไปเรียงลำดับความสำคัญที่เราต้องการจะใช้จ่ายได้ดังนี้คือ 1. ซื้อตั๋วหนัง 2. ซื้อข้าวกิน 3. ซื้อของใช้ส่วนตัว ถ้าท้ายที่สุดแล้วเราตัดสินใจนำเงินนี้ไปซื้อตั๋วหนัง ต้นทุนค่าเสียโอกาสของเราในกรณีนี้ก็คือทางเลือกถัดไปก็คือการซื้อข้าวกินนั่นเอง

ตัวเลือก (choice) ที่เราเลือกนั้น (ซื้อตั๋วหนัง) ต้องเป็นตัวเลือกที่มาจากทางเลือกถัดๆไป (ซื้อข้าวกิน ซื้อของใช้ส่วนตัว ฯลฯ) โดยสมมุติว่าเราได้เลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเราไปแล้ว (การซื้อตั๋วหนัง) ดังนั้นตัวเลือกถัดไปก็คือต้นทุนของเราดังที่ได้กล่าวไปที่เรายอมสูญเสีย (อดข้าว) เพื่อตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเราในตอนนั้นแทน

ต้นทุนค่าเสียโอกาสเป็นกุญแจสำคัญในทางเศรษฐศาสตร์ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการมีอยู่อย่างจำกัดของทรัพยากร (scarcity) และตัวเลือกที่มีอยู่ (choice)

การที่ต้นทุนค่าเสียโอกาสมีความสำคัญก็เพื่อที่จะทำให้การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ดังนั้นแล้วต้นทุนค่าเสียโอกาสนั้นก็ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เรื่องตัวเงินเท่านั้น แต่รวมไปถึงต้นทุนที่แท้จริง (real cost) ของทางเลือกที่เราไม่ได้เลือก เช่น เวลาที่สูญเสียไป ความพอใจ และผลประโยชน์ต่างๆก็ต้องนำมาพิจารณาร่วมกันด้วย

ตัวอย่างสำหรับคนที่มีครอบครัว ก็อย่างเช่น การเลือกที่จะเอาเวลาไปทำงาน แม้ว่าก็เพื่อหารายได้ให้กับครอบครัวในการดำรงชีวิตก็จริงอยู่  แต่ต้นทุนค่าเสียโอกาสก็คือเวลาที่สูญเสียไปที่ไม่ได้ใช้อยู่กับครอบครัว อะไรแบบนี้

หรือเวลาเราจะตัดสินใจอะไรที่ใหญ่ๆในชีวิต เช่น การซื้อบ้าน เราก็มักจะใช้เวลาอย่างมากในการหาข้อมูลเกี่ยวกับ ข้อดี ข้อเสีย โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเงินที่ต้องจ่าย ระยะเวลาที่ต้องเป็นหนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของแต่ละธนาคาร (บ้านเราเดี๋ยวนี้ต้องพิจารณากันไปถึงของแถมที่จะได้อีกต่างหาก)

ถ้าคนที่มีความระมัดระวังสักหน่อย ก็อาจจะดูว่าเงินเก็บ (savings) มีอยู่เท่าไหร่ก่อนที่จะจ่ายเงินที่หามาแสนยากนั้นออกไปอย่างง่ายๆ แต่ก็อาจจะลืมคิดถึงสิ่งต่างๆที่เราต้องสูญเสียไปหากเราต้องตัดสินใจซื้อบ้านหลังนั้นจริงๆ

ปัญหาที่จะตามมาเมื่อเราไม่ได้พิจารณาถึงทางเลือกอื่นที่เราจะต้องเสียไปเมื่อเราตัดสินใจซื้อบ้านที่เราใฝ่ฝันนั้น เช่น แทนที่จะซื้อบ้านและผ่อนตลอดระยะเวลา 25-30 ปีนั้น เราอาจจะนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนในตลาดหุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆเพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับมาได้อีกด้วย

บางคนอาจจะแย้งว่าบ้านก็คือการลงทุน หรือจะให้เช่าเขาอยู่ไปเรื่อยๆหรืออย่างไร แต่ความหมายที่แท้จริงของต้นทุนค่าเสียโอกาสคือเราต้องให้ความสำคัญกับทางเลือกที่เราไม่ได้เลือกด้วยเวลาที่จะพิจารณาจะตัดสินใจอะไรก็ตามแต่ เพื่อให้การตัดสินใจนั้นเป็นไปในทางที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่เรามี (เงิน เวลา ความพยายาม และปัจจัยอื่นๆ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

บางคนอาจจะใช้เวลาเป็นวัน เพื่อนั่งเทียบ นั่งหาข้อมูลในการช้อปปิ้งสิ่งของบางอย่างในราคาที่ถูกที่สุด แต่สุดท้ายก็ประหยัดเพียงไม่กี่บาท ซึ่งจริงๆเวลาที่เราเสียไปเป็นวันนั้นก็อาจนำไปใช้ศึกษาหาความรู้ให้ตัวเองแทน ซึ่งระยะยาวก็อาจได้ประโยชน์กลับมามากกว่าเงินที่จะประหยัดไปได้เพียงไม่กี่บาทรึเปล่า

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเราจะตัดสินใจทำอะไร เรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กแค่ไหน ก็จะมีต้นทุนค่าเสียโอกาสทุกครั้ง แค่หยุดคิดสักนิดถึงทางเลือกที่เราไม่ได้เลือก การตัดสินใจของเราก็จะดีขึ้นเรื่อยๆส่งผลให้ชีวิตดีขึ้นเองครับ

อ้างอิง:

https://en.wikipedia.org/wiki/Opportunity_cost

https://www.investopedia.com/terms/o/opportunitycost.asp

blenlit

hakwamroo.com

Leave a Reply

%d bloggers like this: