พยายามเข้าใจ การลงทุน การเงิน และระบบเศรษฐกิจ

Business

ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานสู่ราคาน้ำมันจ่อ 85 เหรียญต่อบาร์เรล

การเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากก๊าซยิ่งทำให้ตลาดน้ำมันที่เดิมทีก็จำกัดอยู่แล้วยิ่งแน่นเข้าไปอีก เราอาจจะเห็นน้ำมันในสินค้าคงคลังลดลงอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน วิกฤตพลังงานทั่วโลกกำลังเลือดไหลเข้าไปสู่ตลาดน้ำมันด้วย

ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นไปสูงถึง 85.10 เหรียญต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นราคาที่คงไม่มีใครคิดถึงว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อ 18 เดือนที่แล้ว เมื่อโควิดทำให้การเคลื่อนที่ทั่วโลกหยุดชะงักและทำให้ความต้องการนั้นหายไป

ภายใต้การฟื้นตัวจากการบริโภคที่ถูกผลักดันด้วยน้ำมันสำหรับเดินทางโดยถนน การลำเลียงขนส่งสินค้า และล่าสุดการเดินทางทางอากาศ กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานนี้ ด้วยราคาก๊าซธรรมชาติที่ซื้อขายกันถึง 200 เหรียญ เมื่อเทียบกับต่อบาร์เรลในยุโรป ก็มีฉันทามติระหว่างนักวิเคราะห์ว่าความต้องการนัำมันดิบทั่วโลกจะถูกเร่งเพิ่มขึ้นอีก 0.5% เมื่อบริษัทต่างๆกำลังเร่งรีบที่จะหาเชื้อเพลิงอะไรก็ได้ที่สามารถทดแทนกันได้ ตั้งแต่น้ำมันดีเซลถึงน้ำมันเชื้อเพลิงถึงน้ำมันดิบ

Gas prices above $150 a barrel incentivize switch to oil
กราฟโดย Bloomberg  

สำหรับคนภายนอกแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจจะดูเล็กน้อย แต่ในทางปฏิบัติแล้วมันค่อนข้างระดับเปลี่ยนแปลงแบบถาวรเหมือนกัน ความต้องการเกินผลผลิตที่ประเทศกลุ่มโอเปคจะผลิตได้ในแต่ละเดือนเพิ่มมากขึ้น

“สถานการณ์ในเวลานี้มันค่อนข้างแน่นและกลุ่มโอเปคก็ขันน็อตแน่นเกินไป” กล่าวโดย Gary Ross ที่ปรึกษาที่อยู่ในวงการน้ำมันอย่างยาวนานและกลายมาเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันไปแล้วที่ Black Gold Investors LLC “ปัญหาพลังงานจากมุมมองที่กว้างขึ้นนั้นยิ่งทำให้สิ่งต่างๆมันแย่ลงเพราะคุณกำลังได้อะไรทดแทนในช่วงที่ความต้องการตามฤดูกาลนั้นเพิ่มสูงขึ้น นี่มันค่อนข้างเป็นสถานการณ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างระเบิดตูมตาม”

เหล่าโรงกลั่นน้ำมันก็ทำเงินมากเท่าๆเดิมตั้งแต่เริ่มมีโรคระบาด กำไรจากน้ำมันในอเมริกาก็กำลังวิ่งไปในเวลาที่ปกติแล้วต้องตกลง ในยุโรป กำไรจากการผลิตดีเซลก็สูงที่สุดตั้งแต่มีนาคม 2020 ในขณะที่โพรเพนและน้ำมันเชื้อเพลิงซัลเฟอร์ต่ำก็พุ่งอย่างกะจรวดขึ้นไปสูงที่สุดตั้งแต่ปี 2014

สัญญาณเหล่านี้และตัวบ่งชี้อื่นๆทำให้ตลาดฟิวเจอร์นั้นสะท้อนอย่างที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองเห็นบนกระดาษว่าอุปทานจะเกินจากอุปสงค์ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาสที่ 4

เพื่อให้แน่ใจ ปัญหาพลังงานที่ขาดแคลนนี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นแรงผลักจากความต้องการน้ำมันเท่านั้น วิกฤตพลังงานในจีนและประเทศอื่นๆที่ลึกขึ้นที่มีอุตสาหกรรมหนักกำลังทำให้ผลผลิตตกลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแรงลงและจำกัดการใช้เชื้อเพลิง

จีนบอกมาแล้วว่าจะยอมให้ราคาพลังงานนั้นเพิ่มสูงขึ้นและก็ยกเลิกเพดานราคาสำหรับบริษัทที่ใช้พลังงานหนักๆ ธนาคารบน Wall Street หลายแห่งก็ได้ลดประมาณการณ์การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2021 ลงแล้ว สำหรับประเทศที่นำเข้าน้ำมันเยอะที่สุดของโลกนี้

ในยุโรปก็เช่นกัน ตั้งแต่โรงหล่อสังกะสียังโรงงานที่ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ก็ถูกบังคับให้ลดผลผลิตลงอยู่ระดับนึง ซึ่งก็อาจจะส่งผลต่อการเปลี่ยนจากก๊าซเป็นน้ำมันให้ลดลงด้วย

“อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานหนักๆได้ถูกบังคับให้หยุดผลิตหรือลดการผลิตลงเนื่องมาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น” กล่าวโดย Toril Bosoni หัวหน้าฝ่ายตลาดน้ำมันจากองค์กรตัวแทนพลังงานระหว่างประเทศ จากการสัมภาษณ์โดย Bloomber ก็ให้ระวังความเสี่ยงต่อความต้องการน้ำมันไว้

ในขณะนี้แม้ว่าการบริโภคน้ำมันจะเติบโตขึ้น ในยุโรปข้อมูลการเคลื่อนที่ที่มากขึ้นกำลังถูกแปลงไปเป็นตัวเลขความต้องการ การจัดส่งสินค้าเกี่ยวกับน้ำมันในสเปนเมื่อเดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าความต้องการนั้นเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 2019 ในขณะที่ความต้องการดีเซลนั้นลดลงแค่ 0.5% ข้อมูลจาก Exolum ผู้บริการทางด้านท่อลำเลียง องค์กรตัวแทนพลังงานระหว่างประเทศนั้นบอกว่าความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทเบนซินนั้นลดลงเพียงแค่ 2% เท่านั้นเมื่อเทียบกับระดับก่อนโรคระบาดทั่วโลก

แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะเข้าใกล้ 85 เหรียญต่อบาร์เรลแล้ว ผู้ที่จับตามองก็ยังคงไม่ค่อยสนในน้ำมันเท่าไหร่ ซึ่งยังถูกตรึงด้วยตลาดก๊าซแทน กล่าวโดยที่ปรึกษา Energy Aspects Ltd เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การเก็งกำไรก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าครั้งที่แล้วที่ราคาน้ำมันดิบ Brent เข้าสู่ระดับนี้เมื่อปี 2018 อยู่ประมาณ 35,000 ล้านเหรียญ เขาบอกว่า ไม่เหมือนตอนนั้นที่การที่ราคาจะลดตัวลงยังคงมองไม่เห็นในตอนนี้

“ท่ามกลางสต็อคน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำทั่วโลกนี้ กำไรจากการกลั่นที่มากขึ้นและค่อยๆกินพื้นที่กำลังการผลิตที่เหลืออยู่ เพียงแค่ความต้องการที่ลดลงเท่านั้นที่จะสามารถทำให้ราคาน้ำมันดิบยังคงในระดับนี้ได้ในช่วงหน้าหนาว” จากโน้ตที่ส่งให้กับลูกค้าโดยที่ปรึกษานักวิเคราะห์จาก Amrita Sen และ Kit Haines

อ้างอิง:

Oil’s Leap Through $85 Shows Spillover Effect From Energy Crisis – Bloomberg

Leave a Reply

%d bloggers like this: