พยายามเข้าใจ การลงทุน การเงิน และระบบเศรษฐกิจ

Investment

กองทุนดัชนีต้นทุนต่ำโดย John C. Bogle (Low-cost index fund)

https://www.nytimes.com/2019/01/16/obituaries/john-bogle-vanguard-dead.html

เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา (16) จอห์น ซี โบเกิล (John C. Bogle) ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 89 ปี ถามว่าปู่คนนี้เป็นใคร?

ปู่จอห์นเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มการลงทุน Vanguard ในปี 1974 ซึ่ง ณ ตอนนี้เป็นกองทุนที่มีทรัพย์สินภายใต้การบริหารถึง 4.9 ล้านล้านเหรียญเลยทีเดียว

ปู่จอห์นสร้างกองทุนขึ้นมาบนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าในระยะยาวแล้ว ผู้จัดการกองทุนทั้งหลายจะไม่สามารถเอาชนะผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดได้

ปู่จอห์นเป็นผู้ที่สร้างและนำเสนอ index fund หรือกองทุนที่ล้อกับดัชนีของตลาดขึ้นมาด้วยการจัดโครงสร้างการลงทุนของกองทุนเพื่อให้ล้อกับผลประกอบการของดัชนี้ของตลาดอย่างเช่น Standard & Poor’s 500 stock index.

ซึ่งในช่วงหลังๆ ปู่จอห์นนั้นค่อนข้างจะวิจารณ์วงการกองทุนอย่างหนักหน่วง ในช่วงครึ่งทศวรรษหลังของ 1990s นั้น ปู่จอห์นบอกว่านักลงทุนในตลาดหุ้นนั้นได้ใจเกินไปกับผลตอบแทนเฉลี่ยที่มากเกินไปถึง 20% ต่อปี ทำให้พวกเขาไม่ค่อยสนใจค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนที่จ่ายให้กับผู้จัดการกองทุนที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีความชำนาญในการเลือกหุ้นสักเท่าไหร่ เขาบอกว่าบริษัทกองทุนรวมทั้งหลายนั้นไม่มีจริยธรรมที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงลิ่วแบบนั้น

ในปี 2012 เขาบอกกับ เจฟ ซอมเมอร์ คอลัมนิสต์ ของ The New York Times ว่า “ในการลงทุนแล้ว คุณจะได้ในสิ่งที่คุณ ‘ไม่ได้’ จ่าย” ต้นทุนนั้นสำคัญ ดังนั้นแล้วนักลงทุนที่ฉลาดจะใช้กองทุนดัชนีที่มีต้นทุนค่าธรรมเนียมต่ำนี้ในการกระจายพอทการลงทุนระหว่างหุ้นและพันธบัตรและก็จะยึดวิธีการแบบนั้นไว้ และพวกเขาก็จะไม่โง่พอที่จะคิดว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ”

ในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 1984 มีกองทุนรวมเชิงรุกไม่ถึงครึ่งที่สามารถเอาชนะกองทุนดัชนี Vanguard’s Index 500 ได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีทรัพย์สินภายใต้การบริหารถึง 441,000 ล้านเหรียญเลยทีเดียว

ข้อได้เปรียบของ Vanguard นั้นมาจากการจัดโครงสร้างบริหารที่ปู่จอห์นนั้นนำมาใช้ด้วยการบริหารกองทุนรวมแบบล้อดัชนีด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่ากองทุนของคู่แข่งรายอื่นอย่างมาก

นอกจากการจัดตั้งโครงสร้างบริหารที่ไม่เหมือนใครแล้ว ปู่จอห์นบอกว่ากองทุน Vanguards นั้นเป็นอิสระจากที่ปรึกษาทั้งหลายและดำเนินการโดยยึดผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นของกองทุนเป็นสำคัญเท่านั้น สามารถติดตามผลการลงทุนได้อย่างชัดเจน มีการเก็บค่าที่ปรึกษาเพียงเล็กน้อย และสามารถเปลี่ยนที่ปรึกษาได้ถ้าต้องการ

ผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมของกองทุน Vanguard นั้นได้ดึงดูดนักลงทุนและทรัพย์สินต่างๆเข้ามาอย่างมากมาย ในช่วงสามปีสุดท้ายของทศวรรษที่ 90 นั้น Vanguard ได้รับเงินลงทุนเข้ามาใหม่จากนักลงทุนมากกว่ากองทุนที่ใหญ่ที่สุดสามอันดับแรกรวมกันด้วยซ้ำไป

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของกองทุน Vanguard นั้นสร้างความร่ำรวยให้กับปู่จอห์นก็จริงอยู่ แต่ไม่ถึงระดับความรวยของบริษัทที่มีโครงสร้างความเป็นเจ้าของแบบบริษัทอื่นๆ ตัวอย่างเช่น ประธานบริหารของ Fidelity Investments มีมูลค่าทรัพย์สินถึง 7,400 ล้านเหรียญ (จากนิตยสาร Forbes) แต่ปู่จอห์นนั้นมีมูลค่าทรัพย์สินเพียงแค่ 80 ล้านเหรียญในปีที่แล้วเท่านั้น

บริษัทกองทุนส่วนใหญ่นั้นพยายามดึงดูดลูกค้าใหม่ๆด้วยการจ่ายเงินเยอะๆ แต่ปู่จอห์นนั้นหลีกเลี่ยงมุมมองแบบ การผลักดันสินค้าและการตลาด ของวงการนี้ที่ใช้การอย่างแพร่หลายในการเพิ่มยอดเงินการลงทุนของกองทุนรวมในทศวรรษนี้

“เราไม่สามารถใช้คำว่า ‘สินค้า’ ได้ มันฟังดูเหมือน ยาสีฟัน และ เบียร์” ปู่จอห์นบอกกับผู้สัมภาษณ์ในปี 1995.

ปู่จอห์นยังบอกอีกว่า แม้ว่าผู้จัดการกองทุนที่มีประวัติที่ยาวนาน ก็ยังไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่แม่นยำนักสำหรับผลประกอบการที่เขาจะทำได้ในอนาคต

สำหรับท่านใดที่เคยซื้อกองทุนรวม หรือที่ซื้อประจำอยู่แล้ว แต่ไม่เคยชำเลืองดูค่าธรรมเนียมเลยก็อาจจะหยุดอ่านสักนิดก่อนนะครับว่ากองทุนใดมีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ซื้อ index fund ก็เทียบได้เท่ากับผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดแล้วโดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยเลย

บางท่านอาจจะเคยซื้อ ทีวี ตู้เย็น มือถือ โดยเทียบแล้วเทียบอีกกับห้างหรือเว็บนู้นเว็บนี้ เพื่อหาราคาที่ต่ำที่สุด แต่เวลาซื้อกองทุนรวมนี่กลับไม่เคยอ่านเลยว่ามีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ซึ่งในระยะยาวแล้วหากกองทุนรวมมีค่าธรรมเนียมที่สูง มันก็จะเป็นเสมือนต้นทุนการลงทุนของเราเอง และก็จะส่งผลกระทบต่อกำไรจากการลงทุนด้วยเงินอันมีค่าของเราครับ

ก็ขอให้ปู่จอห์นไปสู่สุขคติครับ จะเห็นได้ว่าคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ได้ประโยชน์จากการหันมาลงทุนในกองทุนที่ล้อกับดัชนีของตลาดและประหยัดค่าธรรมเนียมกองทุนรวมในกองทุนประเภทนี้ คนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆก็จะได้ประโยชน์เช่นกันครับ เพียงแค่หยุดเช็คค่าธรรมเนียมสักนิดก่อนลงทุนในกองทุนรวมเนาะ

อ้างอิง:

  • https://www.nytimes.com/2019/01/16/obituaries/john-bogle-vanguard-dead.html
  • https://www.investopedia.com/terms/i/indexfund.asp

blenlit

hakwamroo.com

Leave a Reply

%d bloggers like this: