พยายามเข้าใจ การลงทุน การเงิน และระบบเศรษฐกิจ

Finance

สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)

https://twitter.com/larazon_bolivia/status/889241064095219717

https://twitter.com/larazon_bolivia/status/889241064095219717

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (27 สิงหาคม) หนังสือพิมพ์ Bangkok Post ได้ลงข่าวเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานวงเงินในการโอนเงินแต่ละครั้งผ่านระบบพร้อมเพย์ (Prompt Pay) ขึ้นเป็น 2 ล้านบาทจากปัจจุบันที่ 5,000 บาท

แม้ว่าจะยังไม่ได้มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน แต่การเพิ่มเพดานนั้นก็เพื่อผลักดันการเข้าสู่สังคมไร้เงินสดให้ใกล้เข้าไปอีก

คำว่าสังคมไร้เงินสดนี่เราก็น่าจะได้ยินมาสักพักหนึ่งแล้ว ก็รู้แค่ว่ามันคือการเลิกใช้เงินกระดาษหรือว่าใช้ให้น้อยที่สุดนั่นแหละ แต่ในทางปฏิบัติแล้วมันมีประโยชน์แค่ไหนกันแน่ล่ะ

สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) คืออะไร

หากเอาใกล้ตัวหน่อย สังคมไร้เงินสดคือการที่เราและท่านเลิกใช้เงินสดในการจับจ่ายใช้สอย การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค การชำระหนี้หรือการดำเนินกิจกรรมทางการเงินอะไรทั้งหลายแหล่ในชีวิตประจำวันเรานี่แหละ

โดยหันไปใช้ตัวกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆผ่านการโอนเงินทางบัญชีธนาคาร ผ่านบัญชีเครดิตต่างๆที่เชื่อมโยงกับโทรศัพท์มือถือหรือผ่านบัตรเครดิตแทน ว่าง่ายๆก็คือให้คนเลิกถือเงินสดติดตัวไปมานั่นเอง

แล้วสังคมไร้เงินสดดีอย่างไร

ก่อนจะไปถึงสังคมไร้เงินสด แล้วการถือเงินสดมันผิดตรงไหนเนี่ย ข้อดีของเงินสดก็คือ การไม่ต้องเปิดเผยตัวตน (anonymity) ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของเงินเป็นใคร ไม่มีการบันทึกชื่อเจ้าของเงินเวลาใช้จ่ายอะไร การชำระเงินก็เกิดขึ้นทันที จ่ายเงินสดปุ๊บก็ถือว่ากิจกรรมนั้นจบไป ไม่ต้องรอการเคลียร์ผ่านตัวกลาง

เงินสดเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปทั้งประเทศทุกที่ตั้งแต่ซื้อไก่ตลาดสดยันซื้อบ้าน รถ ที่ดิน ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีอันใด ไม่ต้องกลัวบัญชีธนาคารถูกเจาะหรือถูกล้วง

เอิ่ม…ฟังดูมันก็ดีอยู่แล้วหนิ แล้วจะเลิกใช้กันทำไมครับเงินสดเนี่ย

ข้อดีของเงินสดในด้านที่ไม่รู้ว่าเจ้าของเงินเป็นใคร มันก็เป็นช่องโหว่ให้พวกอาชญากรหรือคนไม่ดีทั้งหลายในการดำเนินกิจกรรมที่ไม่ถูกกฎหมายนี่แหละ

เพราะการใช้เงินสดก็จะไม่มีบันทึกทางด้านบัญชีกับธนาคาร ไม่มีการบันทึกลงรายจ่ายบัตรเครดิต ทำให้อาชญากรสามารถใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมด้านมืดทั้งหลาย (เช่น ค้าประเวณี ค้ายาบ้า ค้าแรงงานเด็ก ลักลอบค้าขายมนุษย์) หลายๆคนหรือบริษัทก็ใช้เป็นช่องโหว่ในการหลบหนีภาษี

การลดการมีอยู่ของเงินสดในระบบก็เพื่อลดกิจกรรมด้านมืด ลดการหลีกเลี่ยงภาษีเนื่องจากมีบันทึกกิจกรรมทางการเงินชัดเจน (financial transactions) มีความปลอดภัยมากขึ้นเพราะขนถ่ายเงินสดน้อยลง ลดต้นทุนในการรักษาเงินสดให้อยู่ในระบบ เพิ่มความสะดวกให้กับทั้งธุรกิจและผู้บริโภคจากการใช้การชำระโอนเงินผ่านทางอิเลคทรอนิกส์แทน

อย่างไรก็ดีก็ยังมีคนบางจำพวกที่ยังชอบถือเงินสด เช่น จากการสำรวจของคนเยอรมันบอกว่าบางคนยังคงชอบความรู้สึกในการถือเงินสด การสูญเสียความเป็นส่วนตัวในการทำกิจกรรมต่างๆ และคนในสังคมบางกลุ่มอาจเข้าไม่ถึงเครดิตหากมีแค่มือถือหรือทำนองบัตรเครดิตเท่านั้นที่ใช้ในการชำระค่าสินค้าบริการต่างๆ

ด้วยเหตุนี้ การคงเงินสดไว้ในสังคมบางส่วนก็ยังพอจะช่วยประคับประคองคนบางกลุ่มให้อยู่ในสังคมต่อไปได้ แม้ว่าเงินอิเลคทรอนิกส์จะไม่ได้ปลอดภัย 100% เพราะก็โดนแฮคได้อยู่ดีแม้จะไม่ได้ง่ายนักแต่ก็ยังสามารถกระทำได้ถ้ามีเครื่องมือและความมุ่งมั่นเพียงพอ อย่างไรก็ดี หลายๆประเทศที่รวยๆโดยเฉพาะสวีเดนก็เป็นผู้นำในโลกไร้เงินสด ดังกราฟด้านล่าง

สำหรับประเทศไทยเรา มันก็คงเป็นการดีไม่น้อยหากเราไปร้านธงฟ้าหรือไปซื้อหมูในตลาดสดแล้วไม่ต้องพกเงินสดไป เวลาซื้อพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดง บริจาคทานในวัด ให้เงินขอทาน เป็นการ์ดเงินสดแทนก็น่าสนใจดีไม่น้อย

แต่ตอนนี้ก็ใช้การ์ดแมงมุมกันให้คล่องและครอบคุลมกันก่อนละกันเนาะ ซ้อมๆไป…

 

 

 

อ้างอิง:

https://www.bangkokpost.com/business/finance/1529342/promptpay-transfer-ceiling-jumps-to-b2m-from-b5-000

https://www.economist.com/finance-and-economics/2016/08/11/emptying-the-tills

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Blenlit

Hakwarmroo.com

Leave a Reply

%d bloggers like this: