พยายามเข้าใจ การลงทุน การเงิน และระบบเศรษฐกิจ

Investment

เมื่อมูลค่าบิตคอยน์ขึ้นลงอย่างรถไฟเหาะ (Bitcoin’s value)

จาก The Economist ฉบับ 1 ธันวาคม 2018 บทความ “Bitcoin has lost most of its value this year” ที่กล่าวถึงเงินดิจิตอลอันนึงก็คือ บิตคอยน์ (bitcoin) ว่ามูลค่าของมันได้ลดลงไปเป็นเท่าตัวเลยทีเดียวในปีนี้ ทำให้เงินดิจิตอลอื่นๆก็ร่วงลงไปตามๆกัน ก็ขออนุญาติอ่านและนำมาแปลให้อ่านกันเช่นเคย

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมปี 2017 นั้น ราคาของบิตคอยน์ที่อ้างอิงจาก CoinMarketCap หรือตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอลนั้นมีราคาที่เกือบ 20,000 เหรียญเลย และในขณะนั้น ผู้ที่เชื่อว่ามันจะเป็นสกุลเงินแห่งอนาคตนั้นคาดหวังว่ามันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

นักวิเคราะห์จากธนาคารเพื่อการลงทุนสัญชาติเดนมาร์กได้ทำนายไว้ว่าบิตคอยน์นั้นอาจจะมีมูลค่าไปถึง 100,000 เหรียญเมื่อสิ้นปีนี้ (2018) เลยทีเดียว แม้ว่าปีนี้จะยังไม่จบ แต่ The Economist ก็ได้ไปสืบราคาและพบว่าบิตคอยน์นั้นมีราคาที่ 4,223 เหรียญเท่านั้น และยังมีแนวโน้มลดลงไปเรื่อยๆอีกด้วย (ดูกราฟ)

และไม่ว่าบิตคอยน์จะไปที่ไหน เงินดิจิตอลอื่นๆก็จะตามไปด้วย อีเธอร์ (Ether) ที่มีความนิยมเป็นอันดับสองรองจากบิตคอยน์นั้นก็ได้มีมูลค่าลดลงจาก 1,432 เหรียญเมื่อเดือนมกราคม มาเหลือเพียง 120 เหรียญเท่านั้นในวันนี้…

ทั้งหมดนี้ก็เป็นดั่งการยุบตัวครั้งที่สามของฟองสบู่เงินสกุลดิจิตอล (ครั้งแรกคือปี 2011 และครั้งที่สองคือปี 2013) สาเหตุว่ามีสิ่งที่ไปกระตุ้นให้เป็นแบบนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ทฤษฎีนึงที่ได้รับความนิยมคือผู้ซื้อที่กล้าหาญและกล้าที่จะเสี่ยงลงทุนในเงินดิจิตอลนี้นั้นเริ่มอ่อนตัวลง (เริ่มไม่มีคนซื้อนั่นแหละ)

การที่มีการออกกฏคุมเข้มมากขึ้นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง เงินสกุลดิจิตอลนั้นเป็นสวรรค์ของพวกนักต้มตุ๋นมานานแล้ว และตอนนี้กฏหมายเริ่มมีการใส่ใจที่จะกำกับดูแล กระทรวงยุติธรรมของอเมริกาก็ได้มีการสืบสวนสอบสวนถึงการเล่นการปั่นราคาในสกุลเงินดิจิตอลทั้งหลายนี้ ซึ่งมีการเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่ามันจะมีการแพร่หลายและแน่นหนา

คณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกา (กลต) ก็กำลังสืบสวนการเสนอขาย ICOs (initial coin offerings) หลายๆตัวเช่นกัน อันนี้เป็นเหมือนความพยายามที่จะขายเหรียญดิจิตอล (crypto-tokens) ให้กับนักลงทุนที่มีความคาดหวังว่ามูลค่าของมันจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต (ปีนี้สามารถเรียกเงินจากนักลงทุนไปได้แล้วถึง 7.3 พันล้านเหรียญ)

เหรียญ ICO บางเหรียญนั้นก็เป็นการหลอกลวงกันชัดเจน เพราะเมื่อเหรียญดิจิตอลนี้ได้ถูกขายให้นักลงทุนไปแล้ว บริษัทที่ออกเหรียญเหล่านั้นก็จะปิดตัวหนีหายไปเลย

แต่แม้ว่าการเสนอขายเหรียญ ICO บางอันก็มีความบริสุทธิ์ใจ แต่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนนั้น กลต ของอเมริกาก็ได้ตั้งข้อหาผู้ก่อตั้ง EtherDelta (ตลาดแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิตอล) ในข้อหาการดำเนินกิจกรรมโดยที่ไม่ได้จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์อย่างถูกต้อง

ในทางพื้นฐานแล้ว บิตคอยน์ก็ยังไม่ใกล้กับความคิดที่ว่ามันจะกลายเป็นเงินดิจิตอลทางเลือกที่จะทดแทนเงินกระดาษที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ (หากอยากรู้ว่าเงินดิจิตอลขาดคุณสมบัติอะไร ให้หาอ่านได้ในหัวข้อ “what is money”)

ส่วนในทางเทคนิคแล้วแม้ว่าความผันผวนของมันจะดูน่าสนใจอย่างมากต่อนักเก็งกำไร แต่ในความเป็นจริงๆแล้วเงินบิตคอยน์ยังไม่สามารถนำไปซื้ออะไรจริงๆจังๆได้มาก

มอร์แกน สแตนลี่ ธนาคารนึงของอเมริกาได้พบว่ามีเพียงแค่ 3 ร้านจาก 500 ร้านค้าปลีกออนไลน์เท่านั้นที่ยอมรับเงินบิตคอยน์นี้ในปี 2017 ซึ่งลดลงมาจาก 5 ร้านด้วยซ้ำในปีก่อนหน้านั้น

นักเก็งกำไร (หรือนักพนัน) อาจจะนั่งนึกนั่งคิดว่าราคามันจะลงไปได้แค่ไหนอีก ซึ่งก็คงไม่มีใครรู้ แต่ความหวังนั้นมักจะนำมาซึ่งความไม่รู้จักจบสิ้น

Smartereum เว็บไซท์เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลนี้ก็ถกกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวว่าบิตคอยน์นั้นจะสามารถพุ่งไปที่ 50,000 หรือว่าแม้แต่ 100,000 เหรียญได้มั้ยก่อนจะจบสิ้นปีนี้

ซึ่ง The Economist ก็ได้จบท้ายไว้ว่า “Caveat Emptor” แปลให้ทางการหน่อยก็คือ ผู้ซื้อจะต้องระวังเอาเอง!

แม้ความอยากรวยมันไม่เข้าใครออกใคร ใครๆก็อยากสบาย อยากซื้ออะไรก็ซื้อ จนเอาหลายๆอย่างในชีวิตไปเสี่ยงเพื่อหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นกอบเป็นกำในเวลาที่สั้นที่สุด

จนลืมหยุดคิดไปว่า การเข้าใจถึงความเสี่ยงในการลงทุนอะไรก็ตาม และการยอมรับในความเสี่ยงนั้นๆได้เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญก่อนการลงทุนใดๆครับ เรียกว่า ลงทุนให้เหมาะกับตัวเองจะดีที่สุดครับ

blenlit

hakwamroo.com

Leave a Reply

%d bloggers like this: