https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js

พยายามเข้าใจ การลงทุน การเงิน และระบบเศรษฐกิจ

Investment

มารู้จักกองทุน BGF World Technology Fund A2 USD กัน

ก่อนจะไปรู้จักกับกองทุนนี้ เรามาทำความรู้จักก่อนว่า BGF หรือ BlackRock Global Fund คือใคร

BGF ตามชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นกองทุนที่ลงทุนทั่วโลกและมีการบริหารจัดการโดยบริษัท BlackRock

BlackRock เป็นบริษัทบริหารจัดการการลงทุนข้ามชาติสัญชาติอเมริกันที่มีฐานอยู่ในเมืองนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา โดยมีการก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 1988 หรือ 33 ปีมาแล้ว

BlackRock เป็นผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีสินทรัพย์ภายในการบริหารงานถึง 9.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ณ เดือนตุลาคม ปี 2021

BlackRock นั้นมีสำนักงานอยู่ทั่วโลก 70 แห่ง ใน 30 ประเทศ และมีลูกค้าอยู่ใน 100 ประเทศทั่วโลก

ทีนี้เราก็ไปดูกันว่า BGF World Technology Fund A2 USD เนี่ยมีรายละเอียดอะไรบ้าง

จุดประสงค์การลงทุนของกองทุนนี้ก็เพื่อที่จะทำกำไรสูงสุดโดยกองทุนจะลงทุนอย่างน้อย 70% ของมูลค่าของกองทุนในหุ้นของบริษัทนั้นมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักๆอยู่ในภาคเทคโนโลยี

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น กองทุนมีการเจริญเติบโตถึง 7 เท่าตั้งแต่ปี 2011 และทำผลตอบแทนได้ดีกว่าผลตอบแทนของดัชนี MSCI ทุกประเทศทั่วโลกทางด้านเทคโนโลยี

ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนนั้นอยู่ที่ 8.56% ต่อปี อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับ benchmark หรือตัวเทียบเคียงมาตราฐานแล้วจะอยู่ที่ 12.27% ต่อปี

สัดส่วนการลงทุนสูงสุดของกองทุนนี้ตามตารางด้านบนจะเห็นได้ว่ามีการลงทุนในบริษัททางด้านเทคโนโลยีอย่าง Microsoft สูงที่สุดที่ 4.63% ของมูลค่ากองทุน ไล่ลงมาก็จะมี Apple, Tesla, Alphabet (Google), Marvell, ASML, Kakao, Amazon, INC, Square Inc ก็ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทที่เติบโตมาทางด้านเทคโนโลยีทั้งสิ้น

หากดูที่ภาคการลงทุนก็จะเห็นว่ามีการลงทุนอยู่ในด้าน Software & Services ที่ 41.50% มีการลงทุนในภาค Semiconductor & Equipment 21.56% และ Media & Entertainment ที่ 14.41%

หากไปดูว่าการลงทุนนั้นอยู่ในประเทศอะไรสูงสุด ก็ชัดเจนว่าตามตารางข้างบน สัดส่วนการลงทุนถึง 76.86% นั้นอยู่ในประเทศอเมริกา ก็จะเป็นความเสี่ยงเช่นกันหากการลงทุนนั้นมีการลงทุนอยู่ในประเทศที่ความมั่นคงทางการเมืองอาจจะไม่มั่นคงนักได้ ซึ่งในกรณีนี้อยู่ในอเมริกาก็ถือว่าเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองพอสมควร และเงินเหรียญสหรัฐก็มีการใช้เป็นสกุลเงินสำรองทั่วโลกก็ถือว่าค่อนข้างมั่นคง

หากไปดูสัดส่วนการลงทุนว่าการลงทุนนั้นลงทุนในบริษัทที่มีมูลค่าทางการตลาดขนาดใดบ้าง ก็จะเห็นว่า 1.6% นั้นเป็นการลงทุนในเงินสด และอนุพันธ์ 89.01% นั้นมีการลงทุนในบริษัทที่มีมูลค่าทางตลาดมากกว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

และที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยที่ต้องตรวจสอบและดูก่อนทุกครั้งก่อนการลงทุน ไม่ว่ากองทุนนั้นๆจะดูมีความน่าสนใจแค่ไหนก็ตามก็คือค่าธรรมเนียมนั้นเอง

Max Initial Charge (IC) ตามด้านบนจะบอกว่ากองทุนนี้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้สูงสุดไม่เกิน 5% จากกองทุน

Management Fee 1.5% นั้นก็คือที่กองทุนนี้จะเรียกเก็บจากการบริหารกองทุน 1.5%

Performance Fee เป็น 0% ก็คือจะไม่มีมีการเรียกเก็บจากกองทุนไม่ว่าผลประกอบการของกองทุนจะดีแค่ไหนก็ตาม บางกองทุนจะเรียกเก็บตามผลประกอบการของกองทุนเพิ่มเติม (ทำนองว่ายิ่งผลประกอบการดีก็จะยิ่งเก็บมากขึ้น)

ทีนี้ในฐานะนักลงทุนย่อยๆอย่างเราก็ควรจะดูอีกตัวด้วยคือ Front End Fee / Transaction Fee หรืออะไรก็แล้วแต่ว่า ตอนเราเข้าซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนออกไปนั้นเราต้องจ่ายค่าอะไรบ้างทันที เพราะค่าธรรมเนียมก็เป็นตัวกำหนดผลตอบแทนของเราเช่นกัน

อ้างอิง:

https://www.blackrock.com/sg/en/products/230010/bgf-world-technology-fund-a2-usd

Factsheet BGF World Technology Fund Class A2 USD (blackrock.com)

BlackRock – Wikipedia

Leave a Reply

https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js
%d bloggers like this: